Search
  • Moop ThePoom

Digital PR Trend 2017

Updated: Aug 27, 2019


ตามกระแสการแนะนำเทรนด์ปี 2017 กันหน่อยนะคะ กับ Digital PR Trend 2017 รับรองค่ะว่าเทรนด์ปีหน้าจะทำให้คุณทำพีอาร์ได้สตรองขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

1. สื่อแบบ Traditional กำลังจะหายไป
อย่างที่เคยเขียนเรื่องการทำ Release บน Social Media (การเขียน Press Release ให้ติด SEO) เป็นสิ่งที่นักพีอาร์ต้องคำนึงถึงกันแล้วนะคะ เพราะต่อไปการเขียน Press Release แบบเดิมมันจะหายไปกับสื่อ Traditional ตามกระแสของยุค Digital ที่คนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารจาก Social Media
2. Personal Branding and Executive Thought Leadership
การทำ Personal Branding เป็นสิ่งที่สำคัญมากในยุค Digital เพราะทุกคนสามารถเป็นสื่อเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน Blog สร้างเพจ การอัปคลิปขึ้น YouTube หรือการมีเวบไซต์เป็นของตัวเอง (ทั้งนี้ได้เคยเขียนเรื่องการทำ Personal Branding ไว้ในหัวข้อ Social CEO) ในส่วนของ Thought Leadership เป็นสิ่งหนึ่งที่นักการตลาดหรือนักพีอาร์ให้ความสำคัญ เพราะไม่ว่าลูกค้าของคุณหรือหัวหน้าของคุณถ้ามีการผนวกวิสัยทัศน์ไปกับการวิเคราะห์ตลาด ย่อมจะทำให้การทำพีอาร์ไปได้ถูกทางมากยิ่งขึ้น
3. การกระจายคอนเทนต์ที่ต่างจากแบบเดิมๆ
การส่งข่าวแบบเดิม ข้อมูลข่าวสารของคุณจะอยู่ที่เพียงสื่อนั้นๆ แต่เมื่อคุณมีคอนเทนต์ที่ดี คุณก็สามารถแชร์ไปที่คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกันได้และ Social Media จะเป็นตัวนำคอนเทนต์ของคุณไปกระจายต่อไป ซึ่งการเข้าถึงก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นในคอนเทนต์คุณควรจะเขียนข้อมูลให้ครบถ้วนและที่สำคัญอย่าลืมใส่ keyword เพื่อให้ google จับ content ของคุณด้วยนะคะ นอกจากนี้การแชร์ คุณยังสามารถให้ Influencers ช่วยสร้างกระแสได้อีกด้วยและแน่นอนความน่าเชื่อถือและการเผยแพร่จะมีมากขึ้น
4. PR ควรใช้ Data ให้มากขึ้น
การที่เราใช้ Internet กันมากขึ้นทำให้เรามีข้อมูลในการทำพีอาร์มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการที่เรามี PR Campaign ถ้าเรามี data ของกลุ่ม target เราก็จะรู้ได้ว่า target เราเป็นแบบไหนอย่างไร จะได้สื่อสารไปให้ถูกจุด
5. Personalize Content
คำว่า Personalization จะมาเต็มๆ กับเทรนด์การตลาดในปี 2017 ดังนั้นเราควร Personalize Content ให้เหมาะกับ target โดยการสร้าง relationships กับสื่อ รวมถึง Blogger, Influencer ต่างๆ ซึ่งยังเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่ม earn mediaในการกระจายข่าวสารของคุณทั้งรวดเร็วขึ้นและตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
6. PR ควรจะมี Skillset ในหลายๆ เรื่อง
ตามที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำพีอาร์ในยุคปัจจุบัน คุณจะทำเป็นเพียงการเขียนข่าวและสร้าง relationships เท่านั้น มันคงยังไม่พอ นักพีอาร์ควรมีความชำนาญในเรื่อง Social Media, Content Marketing และ Content Strategy อีกด้วย และในยุคดิจิทัลนักพีอาร์ไม่ควรพลาดที่จะรู้พื้นฐานในเรื่อง paid,earned and owned media ด้วยค่ะ
7. PR ควรจะต้องมีการเตรียมตัวสำหรับการทำพีอาร์แบบ Real Time และ NewsJacking
การทำ Real Time และ NewsJacking สามารถตอบโจทย์คนในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี เพราะสมัยนี้คนส่วนใหญ่เคยชินกับความเร็วไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามจากแบรนด์ทันทีที่ถาม หรือการแก้ Crisis รวมถึงการเกิดกระแสต่างๆ ในสังคมที่คนพูดถึงหรือเลียนแบบทำตามอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเรียนรู้การใช้ Social Media อย่างถูกวิธีและการเตรียมบุคคลมาคอยดูแลเรื่องการทำ Real Time จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
8. Visual Storytelling
คนส่วนใหญ่มักจะดู content ที่เป็นวิดีโอหรือเป็นรูปภาพ รวมถึง slide show มากกว่า content ที่เป็นตัวหนังสือ (การทำ content ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ) ดังนั้นการสื่อสารด้วยวิธีนี้จึงควรใส่สารที่เราต้องการสื่อให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่ายจะเป็นการดีที่สุด
9. การวัดค่าพีอาร์
ควรมีการวัด PR Value ที่เป็นการวัดในทางดิจิทัล ในเรื่องนี้ขอแนบลิ้งค์ที่เคยเขียนเกี่ยวกับ PR Value และการอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีวัด Digital PR Value ค่ะ
10. Influencer Marketing

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเชื่อผู้นำทางความคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Celebrity, Blogger, Influenceer หรือแม้กระทั่งข้อมูลใน Social Media มากขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจข้อมูลจาก Neilson พบว่า 92% เชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึงทั้งๆ ที่เขาเองยังไม่รู้จักคนนั้นเป็นการส่วนตัวมากกว่าที่แบรนด์เป็นคนพูด นั่นหมายความว่า พลังของ Influencer จะมีผลกับงานประชาสัมพันธ์มากขึ้น นักพีอาร์จึงควรเลือก Influencer ที่ตรงกับจุดประสงค์ ตรง Target กับการทำพีอาร์ในครั้งนั้นๆ ขอแนบลิ้งค์วิธีการทำ Influencer Marketing ไว้นะคะ

#DigitalPRTrend2017 #TrendPR

1,530 views

© 2015 by ThePoom

  • Black Facebook Icon
  • Black Twitter Icon